ต่างประเทศ ที่ฮิตไม่ควรพลาด รีวิวสถานที่ท่องเที่ยว

เกาะเชจู สัมผัสกับธรรมชาติ ดินแดนโรแมนติก ฟินแน่ ห้ามพลาด

เกาะเชจู เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลีใต้  ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด 1,846 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่ห่างจากแผ่นดินใหญ่ของทางตอนใต้ของเกาหลีใต้ประมาณ 130 กิโลเมตร ที่ถูกขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ ในชื่อ “เกาะภูเขาไฟเชจูและอุโมงค์ลาวา” เมื่อปี 2550  และมีแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นไฮไลท์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นยอดเขาซองซาน อิลชุบง,หมู่บ้านวัฒนธรรม ,อุทยานแห่งชาติฮัลลาซาน, ซอพจิโกจิ, และภายในมีสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติอื่น ๆ  ที่น่าสนใจมากมาย  เช่น น้ำตกชอนเจยอน (Cheonjeyeon Waterfall) ,น้ำตกจองบัง (Jeongbang Waterfall), ถ้ำลาวามานจังกุล (Manjanggul Cave), โขดหินจูซังจอลรีแด (Daepo Jusangjeolli Cliff), และ อ่าวซอพจีโกจี (Seopjigoji) เป็นต้น และยังมีสัญลักษณ์ของเกาะเชจูอย่าง “ทอลฮารุบัง” (Dolharubang) หรือ “หินปู่” เป็นหินลาวาสลักเป็นรูปคนแก่ใจดีหลากหลายรูปแบบ ชาวเจจู มีความเชื่อว่าทำหน้าที่เป็นผู้พิทักษ์คุ้มครองเกาะ และยังเชื่อถึงความศักดิ์สิทธิที่ว่า หากอยากร่ำรวยให้ลูบที่ท้องของทอลฮารุบัง  ส่วนคู่แต่งงานนิยมมาขอลูก เชื่อว่าหากลูบที่หูจะได้ลูกผู้หญิง  ลูบที่จมูกจะได้ลูกผู้ชาย

เกาะเชจู

เกาะเชจู

ก่อนไปเที่ยวเกาะเชจู ขอแนะนำนักท่องเที่ยวฝึกภาษาเกาหลีแบบพื้นฐานมานิดหน่อยจะดีมาก  เพราะส่วนใหญ่แล้วคนท้องถิ่นจะใช้ภาษาเกาหลีเป็นหลักเลย  แม้พนักงานหรือเจ้าหน้าที่ตามสถานที่สำคัญต่าง ๆ  จะพอใช้ภาษาอังกฤษได้บ้าง แต่หากได้รู้ภาษาเกาหลีแบบพื้นฐานไปก่อน ก็จะทำให้การเดินทาง และถามทางสะดวกขึ้นมาก ๆ

เกาะเชจู

เกาะเชจู

เกาะเชจู การเดินทาง

ส่วนการเดินทางไปยังเกาะเชจู โดยนั่งเครื่องบินจากกรุงโซลไปยังเกาะเชจู โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 10 นาทีเท่านั้น  เมื่อมาถึงเกาะเชจูแล้ว สามารถเลือกได้ว่าจะนั่งรถบัส หรือ นั่งรถแท็กซี่  หรือเพื่อความเป็นส่วนตัวเช่ารถยนต์ขับก็ได้  สำหรับใครที่สามารถขับรถได้ และทำ ใบอนุญาตขับรถระหว่างประเทศ (International Driving Permit) หรือ ใบขับขี่สากลมาแล้ว  แต่สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางแบบประหยัดก็สามารถเลือกโดยสารด้วยบัส  ซึ่งจะมีบัสประจำทางสายต่าง ๆ ประจำอยู่ทั่วเกาะ หรือสามารถเรียกแท็กซี่ได้จาก KakaoTaxi แอปฯ  เรียกแท็กซี่ของเกาหลี

เกาะเชจู

ส่วนมากนักท่องเที่ยวจะเลือกที่พักที่เมืองเชจู  และ ซอกวีโพ เพราะที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักของเกาะ  และอีกทั้งยังมีโรงแรม และรีสอร์ทมากมายให้เลือก  ไม่ว่าจะเป็นที่พักในตัวเมือง ที่พักติดทะเลบรรยากาศดีๆ  และที่พักท่ามกลางธรรมชาติแบบฟิน ๆ

อาหารที่แนะนำเมื่อมาถึงเกาะเชจูแล้วต้องกินให้ได้  คือ อาหารทะเลสด ๆ จากทะเล  ปลาดิบสดๆ โจ๊กเป๋าฮื้อ และ หมูดำ อาหารเหล่านี้ที่เรียกได้ว่าเป็นเมนูขึ้นชื่อของที่นี่เลย ไม่เพียงเท่านี้เกาะเชจู ยังมีไร่ชาชื่อดังอย่าง ไร่ชาโซุลลอค (O’Sulloc Tea Garden & Museum) ที่คนเลิฟชาเขียวต้องไม่พลาด รวมถึง ส้มฮัลลาบง (Hallabong) ส้มสายพันธุ์เฉพาะบนเกาะเชจูที่มีขนาดใหญ่ และรสหวานมากกว่าส้มทั่วไป ต้องไปลองกินสักครั้งในชีวิต Rokkasen Yakiniku Buffet

 Yoke chonthicha