เที่ยวปราจีนบุรี ไหว้พระ วัดแก้วพิจิตรวัดสวยใกล้กรุงเทพ

จังหวัดปราจีนบุรี นับว่าเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีคนไปเที่ยวกันเยอะเลย จังหวัดนี่มีความโดดเด่นเรื่องธรรมชาติที่สมบูรณ์ และหลากหลายมาก ไม่แปลกที่ใครต่อใครอยากจะมาชาร์ตแบตพักผ่อนที่จังหวัดนี้กันเพียบเลย นอกจากนั้นจังหวัดปราจีนบุรี เค้ายังมีวัดเด็ดวัดดังอีกเยอะเลย หนึ่งในนั้นก็คือ วัดแก้วพิจิตร วัดสวยใกล้กรุงเทพที่แม้จะชื่อว่าพิจิตร แต่อยู่จังหวัดปราจีนบุรี อยากรู้จักวัดนี้มากกว่านี้ใช่ไหม เรามารีวิวให้แล้ว

ข้อมูลเบื้องต้น

วัดแก้วพิจิตรตั้งอยู่ที่ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี เราสามารถกดหาพิกัด และเส้นทางการเดินทางได้จากกูเกิ้ลเลย เราทดลองแล้วไม่มีหลงทางแน่นอน วัดเปิดให้บริการเข้าไปเยี่ยมชมทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น. โทรศัพท์ติดต่อเบอร์ 037 212 795 , facebook:kaewpichit.prachin

จุดเด่นของวัดแก้วพิจิตร

วัดแก้วพิจิตรถือว่าเป็นวัดประจำจังหวัดเลยก็ว่าได้ ตัววัดตั้งอยู่ริมแม่น้ำปราจีนบุรี จุดสังเกตง่ายๆตึกอภัยภูเบศร์ จุดเด่นของวัดนี้ที่เราเข้าไปจะเห็นได้เลยก็คือ พระอุโบสถหลังใหญ่ ที่สถาปัตยกรรมการสร้าแตกต่างออกไปจากวัดทั่วไปที่เราเคยเห็นมา ตัววัดจะยกสูงด้วยเสารอบอาคารทำให้กลายเป็นเหมือนห้องโถงใหญ่ แล้วจะเป็นยอดของอาคารสูงขึ้นไปอีกชั้นหนึ่ง สถาปัตยกรรมว่าเด่นแล้ว การตกแต่งเด่นกว่าอีกเนื่องจากเดิมเป็นสีขาว ได้เปลี่ยนใหม่เป็นสีแดง อิฐสีชมพู คิดดูว่าพระอุโบสถที่มีสีแดง สีชมพูเป็นธีมหลัก มันจะแปลกตามากแค่ไหน ยิ่งพัทธสีมาโดยรอบที่สร้างเป็นสถูปสีชมพู ดูแล้วแปลกตาดี แต่มันเข้ากับสีแดงฐานด้านล่างของพระอุโบสถมาก ยิ่งเราไปตอนกลางวันแสงแดดของดวงอาทิตย์ยิ่งส่องสะท้อนให้ จุดนี้เด่นขึ้นไปอีก การตกแต่งทรงนี้ทั้งสถาปัตยกรรม และการตกแต่งอื่นนี่เป็นวัดเดียวในประเทศไทยที่มีการทำแบบนี้ ส่วนเสาที่ค้ำยันอุโบสถนี่อยู่ใครเข้าไปใกล้จะรู้เลยว่านี่เป็นสถาปัตยกรรมแบบยุโรป เสาแบบโครินเธียล เสามีลักษณะเหมือนเสาวิหารของยุโรปเลยก็ว่าได้

เดินออกมาจากโบสถ์ เราก็ยังไม่หมดความว้าว  เนื่องจากกำแพงที่ล้อมรอบวัดอยู่นั้นเป็นกำแพงแก้วสีชมพูสีเดียวกับอุโบสถ บอกได้เลยว่าการได้เห็นวัดกำแพงสีชมพู เป็นอะไรที่แปลกตาเกินกว่าที่เราจะจินตนาการไว้เลย ไม่เท่านั้นซุ้มประตูของเค้าก็แตกต่างจากที่เคยเห็น ที่นี่ใช้ศิลปกรรมของเขมร ผสมกับของไทย ทำให้ส่วนต่างของที่นี่ไม่ว่าจะเป็น ช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ บานประตูหน้าต่าง ไม่เหมือนกับวัดอื่น ยังมีการเสริมความสวยงามด้วยศิลปกรรมจีน อย่างรูปปั้นมังกร และ หลังคาลายมังกรไปอีก

พอเดินเข้าไปด้านในอุโบสถ จุดเด่นเยอะเลย ไล่มาตั้งแต่เสาที่ทำเหมือนกับด้านนอก ว่าหัวเสาจะทำเป็นแบบม้วนก้นหอยที่เป็นแนวคิดศิลปะของยุโรป เดินไล่มาเรื่อยจะเจอกับพระประธานของพระอุโบสถนี้นั่นก็คือ หลวงพ่ออภัยวงศ์ พระพุทธรูปสีดำปางสมาธิ ซึ่งออกแบบโดยสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ มองไปด้านข้างจะเห็นภาพจิตรกรรมฝาผนังจากช่างหลวงที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 โน่นเลย

หลังจากเดินเที่ยววัดจนทั่วแล้ว จุดต่อไปที่ไม่อยากให้พลาด แล้วจอดรถไว้ที่วัดเลยก็คือ ตึกอภัยภูเบศร์ อาคารเก่าแก่ที่ด้านในบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เป็นเหมือนกับพิพิธภัณฑ์โบราณอีกแห่งหนึ่ง เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับแพทย์แผนไทย สมุนไพร ตำรับยาไทย นวดไทย  เข้าไปศึกษาหาความรู้กันได้ รวมถึงสวนสมุนไพรของตึกเจ้าพระยาภูเบศรด้านข้าง เดินครบหมดก็ได้เปิดหูเปิดตาอะไรใหม่ๆได้เยอะเลย ใครสนใจก็ตามรอยท่องเที่ยวของเรากันได้