รีวิว วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม พระอารามหลวงในรัชกาลที่ 5

วันนี้ ติดRoam จะขอนำเสนอวัดที่สวยที่สุด สวยแทบจะเป็นอันดับต้นๆ ของไทย นั้นคือ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม หนึ่งในพระอารามหลวงในรัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว วัดดังกล่าวก่อสร้างมาตั้งแต่กรุงรัตนโกสินทร์ เริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ.2412 หรือราวๆ 152 ปี โดย พระอารามหลวงมีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 10 ไร่ 88 ตาราวา ประวัติคร่าวๆ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามแห่งนี้เป็นพระอารามหลวงชั้นเอกชนิดราชวรวิหาร โดยมีเสามหาสีมาขนาดใหญ่โตไว้ทำเสาศิลาและประดิษฐ์ลวดลายด้วยการสลักเสาให้เป็นรูปสีมาธรรมจักรอยู่บนเสา โดยเสาดังกล่าวถูกตั้งไว้ที่กำแพงวัดทั้งหมด 8 ทิศด้วยกัน และนั้นจึงเป็นที่มาของชื่อวัดที่ได้นามว่าวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ซึ่งแปลได้ว่าพระเจ้าแผ่นดินทรงสร้าง ลักษณะพิเศษของวัดคือไม่มีหอไตร รูปทรงภาพนอกเป็นการตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมแบบไทยแท้ และมุงหลังคาด้วยมุขเด็จและกระเบื้องเคลือบสี ในส่วนด้านหน้าหน้าบันมุขเป็นรูปช้าง 7 เศียร

ในส่วนของพระเจดีย์เป็นทรงไทยย่อเหลี่ยม ประดับและตกแต่งด้วยกระเบื้องเคลือบลายเบญจรงค์ทั้งองค์ อีกทั้งยอดพระเจดีย์บรรจุ พระบรมสารีริกธาตุ 6,018 องค์ นอกจากนั้นเหนือฐานพระเจดีย์ยังมีซุ้มโดยรอบรวมทั้งหมด 14 ซุ้ม ในส่วนของพระระเบียง ประดับและตกแต่งผนังด้วยกระเบื้องลายเบญจรงค์ อีกทั้งด้านนอกยังปูทางเดินด้วยหินอ่อน และมีเสาทรงกลมรับเชิงชายอีกด้วย นอกจากจะเป็นพระอารามหลวงที่สวยงดงามแล้ว ยังเป็นหนึ่งในสุสานหลวงอีกด้วย บริเวณเขตของสุสานหลวงตั้งอยู่นอกเขตกำแพงมหาสีมาธรรมจัก ติดกับถนนอัษฎางค์ อยู่ทางทิศตะวันตกของ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม โดยในหลวงรัชกาลที่ 5 โปรดให้สร้างขึ้นเป็นที่บรรจุพระอัฐิ โดยมีอนุสาวรีย์สำคัญถึง 4 เจดีย์ทอง ได้แก่ สุนันทานุสาวรีย์ รังษีวัฒนา เสาวภาประดิษฐาน และ สุขุมาลนฤมิตร์

อีกทั้งบริเวณวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามยังมีศาลารายล้อมหลังเล็กๆ อยู่ถึง 8 หลังแบ่งเป็น 2 ขนาดห้อง 2 หลังแรกตั้งอยู่หน้าวิหารของโบสถ์ และอีก 2 หลังตั้งอยู่บริเวณน้าพระวิหารทิศทั้งด้านตะวันตกและตะวันออก อีก 4 หลังจะมีลักษณะเป็นหอระฆัง นอกจากจะมีศาลาที่สวยงามแล้วในพระอารามหลวงยังมีพระวิหารส่งแบบเดียวกันกับโบสถ์ทั้งภายนอกและภายใน จะแตกต่างกันก็ตรงที่ประตูและหน้าต่างจะสลักด้วยไม้เป็นรายเครื่องราชอิสริยาภรณ์ และลวดลายของพระอุโบสถเป็นลายประดับมุก อีกทั้งภายในวิหารลวดลายของผนังด้านบนจะทาเป็นสีชมพูเต็มไปด้วยลายดอกไม้ร่วง รวมไปถึงบานหน้าต่างด้านในก็จะมีลวดลายที่สวยงามเป็นลายรน้ำพุ่มข้าวบิณฑ์ และผนังระหว่างช่องหน้าต่างก็จะเป็นรูป อุณาโลม และมีอักษร จ. สลับเหนือซุ้มกลางประตู

ด้านในของพระอุโบสถประดิษฐาน มีองค์พระใหญ่โตนามว่าพระพุทธอังคีรสถูกตั้งอยู่บนฐานชุกชีหินอ่อนจากประเทศอิตาลี ซึ่งพระองค์ดังกล่าวถูกหลอกขึ้นมาตั้งแต่ในช่วงรัชกาลที่ 4 ถึงต้นรัชกาลที่ 5 หน่วยน้ำหนักของพระองค์นี้มีเนื้อทองคำหนักถึง 180 บาท อีกทั้งทองดังกล่าวยังเป็นทองที่ในหลวงรัชกาลที่ 5 หรือ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงใช้ทองนั้นเมื่อยังทรงพระเยาว์ ก่อนที่ในหลวงรัชกาลที่ 5  จะส่งสวรรนคต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงโปรดให้นำองค์พระดังกล่าวมาประดิษฐานไว้เป็นพระประธาน ในพระอุโบสถตั้งแต่วันที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2515 จนถึงปัจจุบัน

สำหรับใครที่ชอบการท่องเที่ยวในรูปแบบของ พระอุโบสถ วิหาร เจดีย์ ระเบียงแก้ว ลวดลายสวยงามของประติมากรรมไทยและลวดลายสวยงามที่ประดับไปด้วยมุก สามารถเข้าไปเยี่ยมชมความสวยงามของ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ได้เลย รับรองว่าคุณจะภาคภูมิใจในฝีมือประติมากรรมของคนไทยมากยิ่งขึ้นอีกทั้งการเดินทางไปวัดดังกล่าวก็ไม่ได้ยากเลยหากคุณเดินทางมารถส่วนตัวก็สามารถนำรถไปจอดที่บริเวณ วัดราชประดิษฐ์สถิตมหาสีมาราม หรืออนุสาวรีย์หมูแต่จะเสียค่าจอดรถ 40 บาทตลอดทั้งวัน การเดินทางไม่ยาก คุ้มค่ามากๆ ที่จะไปเยี่ยมชมความสวยงามตระการตาแบบนี้