สำหรับผู้ที่รักการเดินเขาทั้งหลายคงจะต้องรู้จัก ยอดเข้าที่มีความสูงเป็นอันดับ 3 ของประเทศไทย นั้นก็คือ ดอยเชียงดาว ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจได้สัมผัสกับธรรมชาติแบบใกล้ชิด ความท้าทายสำหรับนักเดินป่าทั้งหลายที่ต้องมาพิชิตยอดดอยเชียงดาวกันให้ได้ และยังมีวัดถ้ำเชียงดาวที่ให้เราไหว้สักการะและ หมู่บ้านของ ชนเผ่าลีซู ที่แสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตของพวกเขาอีกด้วย

ทำความรู้จัก ดอยเชียงดาว ยอดเขาสูงเสียดฟ้า ตำนานม้าเทวดา


ดอยเชียงดาว หรือ ดอยหลวงเชียงดาว ตั้งอยู่ที่ จังหวัดเชียงใหม่ อำเภอเชียงดาว ความสูงถึง 2,275 เมตร ซึ่งเป็นดอยที่สูงเป็นอันดับที่3 ของประเทศไทย รองมาจาก ดอยสุเทพ ดอยอินทนนท์ จากระดับน้ำทะเล สมัยก่อนเรียกว่า ดอยอ่างสลุงโดยตามตำนานเล่าว่า เป็นที่ที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงเสด็จลงมาสรงน้ำในสลุงทองคำหรืออ่างสลุง จึงเรียกที่นี้ว่าดอยหลวง เพราะดอยนี้เป็นดอยขนาดใหญ่ (ในภาษาเหนือ หลวง หมายถึง ใหญ่ ) เพียนเป็นดอยหลวงเพียงดาวและเรียกเพียนกันไปมาจึงกลายเป็นดอยหลวงเชียงดาว



เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และการที่เราจะต้องเดินทางไปยังยอดดอยนั้น จำเป็นต้องมีเจ้าหน้าที่นำทางไปด้วย เรายังสามารถติดต่อลูกหาบได้จากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าได้เพราระหว่างทางไม่มีน้ำจืดให้ เราต้องขับรถขึ้นไปจอดไว้ที่ หน่วยพิทักษ์ป่าขุนห้วยแม่กอก ซึ่งเป็นที่เริ่มต้นเดินเท้าที่ใช้เวลาเดินทั้งวันเพื่อที่จะขึ้นไปถึงจุดพักแรมบริเวณ อ่างสลุง ในระหว่างเดินทางจะพบกับพืชพันธุ์ต้นไม้ต่างๆ และเดินผ่านภูเขาสามพี่น้อง ซึ่งมีลักษณะคล้ายภูเขาขึ้นเรียงกัน 3 ลูก เลยเรียกว่า ดอย3 พี่น้อง ซึ่งเป็นจุดที่อยู่อาศัยอีกที่หนึ่งของสัตว์ป่าสงวนของ กวางผา และเลียงผา ด้วยความคล่องแคล่วที่กระโดดตามหน้าผาอย่างรวดเร็วเหมือนกับหายตัวได้นั้น จึงทำให้มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “ม้าเทวดา” นั้นเอง ส่วนสัตว์ป่าอื่นๆก็มีให้เห็นเช่น ผีเสื้อสมิงเชียงดาว ,ไก่ฟ้าหางลายขวาง อีกด้วย สำหรับดอยเชียงดาวถือเป็นความประทับใจของนักท่องเที่ยวที่รักธรรมชาติและรักการเดินป่า ถ้าใครได้มาสัมผัสกับสถานที่แห่งนี้แล้วคงต้องเก็บเป็นความทรงจำที่ดีและมิอาจจะลืมได้เลย
ถ้าให้พูดถึงแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ เชื่อได้เลยว่าหลายๆ คนจะต้องนึกถึงดอยและภูเขา เพราะเชียงใหม่ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีวิวทิวทัศน์บนภูเขาสวยมากที่สุดเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศไทย แต่สำหรับแหล่งท่องเที่ยวที่เราจะพาทุกคนไปรู้จักกันในวันนี้ หลายๆ คนคงจะคาดไม่ถึงอย่างแน่นอน และสถานที่ที่เราจะพาไปรู้จักนั่นก็คือ “เขื่อนแม่งัด” โดยเขื่อนแห่งนี้ ถึงความหนาวเย็นจะสู้บนดอยต่างๆ ไม่ได้ แต่ความสวยงามนั้นไม่แพ้บนดอยอย่างแน่นอน ท่านจะได้ดื่มด่ำไปกับบรรยากาศสุดชิลล์ของธรรมชาติ พร้อมกับพายเรือเล่นบนน้ำในเขื่อนที่กว้างขวาง อีกทั้งที่นี่ยังมีรีสอร์ทแบบแพรองรับอีกด้วย ถือว่าไม่ธรรมดาเลย และเพื่อไม่ให้เสียเวลา เราไปรับชมกับความงดงามสุดพิเศษของเขื่อนแม่งัดพร้อมๆ กันเลย “เขื่อนเเม่งัด” ตั้งอยู่ที่ : เขตอุทยานแห่งชาติศรีลานนา ตำบลอินทขิล อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ เขื่อนแห่งนี้เป็นเขื่อนที่สร้างไว้เพื่อสำหรับใช้น้ำในพื้นที่เพาะปลูกในที่ราบเชิงเขาทั้งสองฝั่งของลำน้ำแม่งัด อีกทั้งยังเป็นที่ช่วยบรรเทาอุทกภัยในเขตลุ่มน้ำปิงและช่วยบรรเทาน้ำหลากที่เข้าท่วมตัวเมืองจังหวัดเชียงใหม่ โดยจุดเด่นของเขื่อนแม่งัดจะอยู่ที่วิวกับบรรยากาศ ซึ่งเราจะได้ดื่มด่ำไปกับบรรยากาศสุดชิลล์ของน้ำในเขื่อนอันกว้างขวาง รวมไปถึงวิวอันงดงามของภูเขาหลายลูกที่เต็มไปด้วยต้นไม้ต้นใหญ่สีเขียวชอุ่มหลายต้นคอยโอบล้อมเขื่อนแม่งัดเอาไว้ ภาพโดยรวมบรรยากาศทั้งหมดของที่นี่เรียกได้ว่ามีความสวยงามจนไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้เลย ถือว่าเป็นบุญตาอย่างยิ่ง นอกจากนี้แล้วที่เขื่อนแม่งัดยังมีรีสอร์ทแบบแพลอยน้ำไว้คอยรองรับนักท่องเที่ยวอีกด้วย ซึ่งจะมีให้เราเลือกอยู่ด้วยกันหลายรีสอร์ท จะมีทั้งแบบวันเดย์ทริปกับแบบค้างคืน แล้วแต่เราเลือกเลย ภายในที่พักก็จะมีอุปกรณ์พร้อมให้เราทำกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการใส่ชูชีพเล่นน้ำหรือพายเรือคายัคชมวิวทิวทัศน์บรรยากาศรอบๆ เขื่อน ที่มากไปกว่านั้นคือ หากใครได้นอนค้างคืนที่เขื่อนแห่งนี้ ในตอนรุ่งเช้าท่านจะได้ฟินไปกับหมอกจางๆ ที่ปกคลุมอยู่ทั่วบริเวณ ซึ่งถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญของที่นี่เลยละครับ และทั้งหมดนี่ก็คือ “เขื่อนแม่งัด” แห่งเชียงใหม่ ขอบอกเลยว่าใครที่เป็นสายธรรมชาติไม่ควรพลาดเลยอย่างยิ่ง (ตอนกลางวันอากาศร้อนๆ ก็ลงไปแช่น้ำ ตกเย็นก็ไปขับเรือคายัคชมวิวเล่น พอรุ่งเช้าขึ้นก็ดื่มด่ำไปกับหมอกเย็นๆ) […]
วันนี้เราจะพาทุกคนข้ามประเทศไปกันที่เมืองหนึ่งในญี่ปุ่น นั่นก็คือ “โอซาก้า” ซึ่งเมืองแห่งนี้ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในฝันของใครหลายคนทั่วโลก อีกทั้งโอซาก้ายังเป็นเมืองที่มีของขึ้นชื่ออยู่มากมายทั้งแหล่งท่องเที่ยว สวนสนุก แหล่งช้อปปิ้ง ของกินอร่อยๆ รวมไปถึงวัดวาอารามต่างๆ แถมเรายังเที่ยวในโอซาก้าได้แบบตามไลน์สถานีรถไฟโดยไม่ต้องกลัวหลงกันเลย และเพื่อไม่ให้เสียเวลา เราไปชมพร้อมๆ กันเลยว่าจะมีที่ไหนน่าสนใจบ้าง ปราสาทโอซาก้า ที่นี่เปรียบเสมือนจุดแลนด์มาร์คอีกหนึ่งและสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความเป็นโอซาก้า อีกทั้งยังเป็ราสาทที่มีชื่อเสียงโด่งดังเป็น 3 อันดับแรกของญี่ปุ่นอีกด้วย ตัวปราสาทออกแบบได้เป็นเอกลักษณ์งดงามมากๆ จุดเด่นของปราสาทแห่งนี้จะอยู่ที่ “สวนนิชิโนมารุ” โดยตรงจุดนี้จะมีต้นซากุระตั้งอยู่เต็มบริเวณรอบปราสาทกว่า 600 ต้น ซึ่งถือเป็นอะไรที่สวยงามมาก เหมาะแก่การถ่ายรูปเป็นอย่างยิ่ง วัดชิเทนโนจิ วัดแห่งนี้ถือเป็นวัดที่เก่ามากที่สุดเป็นอันดับต้นๆ ของญี่ปุ่น ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่เมื่อปี ค.ศ.593 ภายในวัดจะมีวิหารที่ทำจากงานสถาปัตยกรรมตามสไตล์ญี่ปุ่น ซึ่งเราจะสามารถเห็นได้ ก็ต่อเมื่อมาที่นี่เท่านั้น บรรยากาศบริเวณวัดก็ค่อนข้างเงียบสงบมีความร่มรื่น อีกทั้งที่แห่งนี้ยังถือเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่นิยมของผู้คนชาวโอซาก้าอีกด้วย ย่านโดทงโบริ ย่านนี้คือแหล่งช้อปปิ้งตอนกลางคืนที่มีผู้คนนิยมมากที่สุดของโอซาก้า นอกจากนี้ยังมีร้านนั่งดื่ม นั่งชิลล์พร้อมให้เราได้ลิ้มรสไปกับอาหารอร่อยๆจำพวกปูกับปลาหมึกซึ่งเป็นของขึ้นชื่อในย่านนี้ อีกทั้งเรายังจะได้ดื่มด่ำไปกับบรรยากาศสุดชิลล์ของค่ำคืนท่ามกลางเมืองโอซาก้าแห่งนี้ที่เต็มไปด้วยแสงสี ป้ายไฟสวยๆ มากมาย ซึ่งบอกได้เลยว่าหากใครได้ลองมาสัมผัสบรรยากาศที่นี่แบบจริงๆ แล้วคุณจะต้องอยากกลับมาอีกครั้งอย่างแน่นอน ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอส์ เจแปน ที่แห่งนี้ถือเป็นสวนสนุกแห่งแรกในเอเชียของยูนิเวอร์แซล สตูดิโอส์ เราจะได้เพลิดเพลินไปกับความสนุกความงดงามของสวนสนุกแห่งนี้แบบไม่มีเบื่อกันเลย ไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่ “โซน The Wizarding […]
Tidroam วันนี้จะขอแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวใกล้กทมขับรถแค่ไม่กี่ชั่วโมงก็ได้เที่ยวแบบชิลล์แล้วพักผ่อนแบบธรรมชาติที่หาจากที่ไหนไม่ได้แล้วนั่นก็คือ ตลาดน้ำอัมพวา มาที่นี่เที่ยวครบไม่ว่าจะเป็นนั่งเรือไปไหว้พระตามวัดต่างๆหรือจะหาของอร่อยๆทานเพราะที่นี่ทั้ง 2 ฝากฝั่งจะมีแม่ค้าพายเรือมาขายของกินเยอะมากซื้อกินหรือจะนั่งกินที่ร้านแบบฟินสัมผัสบรรยากาศริมคลองลมพัดเย็นๆได้ฟิวแบบธรรมชาติสุดๆ มาเที่ยวอัพวา ก็ต้องไม่พลาดกับการล่องเรือแม่น้ำแม่กลองชมหิ่งห้อยยามค่ำคืน มาเที่ยวอัมพวาสิ่งที่ไม่ควรพลาด การนั่งเรือไหว้พระ 5 วัดในอัมพวาสามารถทำได้ทุกวัน ไม่เฉพาะแค่เสาร์-อาทิตย์เท่านั้นการเดินทางเที่ยวอัมพวาทางเรือนั่น เป็นกิจกรรมที่นิยมกิจกรรมหนึ่งของนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวอัมพวา หากเหมาลำ ราคาตะอยู่ที่ประมาณลำละ 300-500 บาท (แล้วแต่ท่าเรือ) นั่งได้ ไม่เกิน 10 คน เกิน10 คน คิดในราคาคนละ 50 บาท โดยเรือจะพาไปเที่ยวไหว้พระ ที่วัดต่าง ๆ ประมาณ4-5 วัดดังนี้ วัดบางกุ้ง วัดบางแคน้อย วัดบางแค่ใหญ่ วัดภุมรินทร์กุฎีทอง วัดอัมพวัน เป็นต้น สำหรับยามเย็นที่ตลาดน้ำอัมพวาก็จะมีกิจกรรมนั่งเรือไปชมหิ่งห้อย เราจะได้เห็นวิถีชาวบ้านและดูหิ่งห้อยไปด้วยค่าบริการคนละ 60 บาท ใช้เวลาประมาณชั่วโมงกว่าเรียกได้ว่าคุ้มค่ากับเงินที่เสียเพราะจะได้สัมผัสธรรมชาติแบบใกล้ชิดกันไปเลย หลังจากล่องเรือเสร็จก็มาเดินเล่นตลาดน้ำอัมพวายามค่ำคืนก็จะได้เห็นบรรยากาศทั้งกลางวันและกลางคืนสวยไปอีกแบบ FacebookFacebookXXLINELine